คู่มือการใช้งาน EazyTrax
EazyTrax คือระบบติดตามและบริหารจัดการทรัพย์สินภายในอาคารที่ใช้เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy (BLE) ระดับองค์กร ซึ่งสามารถตรวจจับตำแหน่งของอุปกรณ์, ทรัพย์สิน, หรือบุคคลภายในพื้นที่ได้ มีความสามารถในการทำงานแบบเรียลไทม์ และสามารถทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายเดิมที่องค์กรมีอยู่แล้วได้ทันที
จุดเด่นและคุณสมบัติหลัก
- เทคโนโลยีหลัก: BLE (Bluetooth Low Energy) สำหรับการติดตามตำแหน่ง
- รองรับแพลตฟอร์ม: Linux Ubuntu Server
- รองรับเบราว์เซอร์: Chrome, Firefox, Edge, Safari
- รองรับอุปกรณ์: Desktop, Tablet, Mobile
- ความปลอดภัย: Enterprise-grade access control และ role-based permissions
องค์ประกอบของระบบ
ระบบ EazyTrax ประกอบด้วยส่วนหลักดังนี้:
Gateway / Access Point
ทำหน้าที่รับสัญญาณจาก BLE Tag และส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์
BLE Tags
- Beacon: I3, E9, MBM02, MBS01
- Personnel Tag: B7, MWC01
- Sensor Tag: MST01, MSP01, MSR01, S1, S2
EazyTrax Server
เซิร์ฟเวอร์กลางสำหรับประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด (Installed on Linux)
Web & Mobile Application
สำหรับแอดมินดูแผนผังและจัดการอุปกรณ์ และ Mobile App สำหรับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม (Android/iOS)
การนำไปประยุกต์ใช้งาน
- โรงพยาบาล: ติดตามตำแหน่งอุปกรณ์ทางการแพทย์, ผู้ป่วย หรือเจ้าหน้าที่, ติดตามอุณหภูมิตู้วัคซีน
- โรงงาน: ตรวจจับทรัพย์สินเคลื่อนย้าย, ความปลอดภัยในพื้นที่อันตราย, ติดตามพนักงาน
- มหาวิทยาลัย: ติดตามเครื่องมือวิจัย, สื่อการเรียนการสอน
การติดตั้งและตั้งค่าระบบ (Installation & Setup)
ข้อกำหนดระบบขั้นต่ำ (System Requirements)
| องค์ประกอบ | รายละเอียดขั้นต่ำที่แนะนำ |
|---|---|
| Server Spec | CPU 4 คอร์, RAM 8 GB, SSD 256 GB |
| OS | Linux Ubuntu Server |
| Access Point | รองรับ BLE (Cisco Meraki, Aruba, TP-Link, Huawei) |
| Web Browser | Chrome, Firefox, Microsoft Edge, Safari |
การติดตั้ง EazyTrax Server (Linux)
ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้ง Docker (Linux)
รันคำสั่งต่อไปนี้เพื่อติดตั้ง Docker บนระบบปฏิบัติการ Linux ของท่าน:
sudo apt update && sudo apt upgrade -y && \
sudo apt install -y ca-certificates curl gnupg lsb-release && \
sudo mkdir -p /etc/apt/keyrings && \
curl -fsSL https://download.docker.com/linux/ubuntu/gpg | \
sudo gpg --dearmor -o /etc/apt/keyrings/docker.gpg && \
echo \
"deb [arch=$(dpkg --print-architecture) signed-by=/etc/apt/keyrings/docker.gpg] \
https://download.docker.com/linux/ubuntu $(lsb_release -cs) stable" | \
sudo tee /etc/apt/sources.list.d/docker.list > /dev/null && \
sudo apt update && \
sudo apt install -y docker-ce docker-ce-cli containerd.io docker-buildx-plugin docker-compose-plugin && \
sudo usermod -aG docker $USER && \
newgrp docker && \
sudo docker run hello-world
sudo mkdir -p /etc/docker && \
echo '{
"bip": "192.168.81.1/24",
"log-driver": "json-file",
"log-opts": {
"max-size": "100m",
"max-file": "3"
}
}' | sudo tee /etc/docker/daemon.json > /dev/null && \
sudo systemctl daemon-reexec && \
sudo systemctl restart docker
ขั้นตอนที่ 2: ติดตั้ง EazyTrax ด้วย Docker Compose
อัปเดตระบบปฏิบัติการก่อนดำเนินการ
sudo apt update && sudo apt upgrade
ดาวน์โหลดไฟล์สำหรับ installer
sudo wget https://eazytrax.com/files/docker-compose.installer -O docker-compose.installer.yml
Certificate Error
หากพบ Error: ERROR: cannot verify eazytrax.com's certificate
ให้ใช้คำสั่งที่มี Flag --no-check-certificate
ดังนี้:
sudo wget https://eazytrax.com/files/docker-compose.installer -O docker-compose.installer.yml --no-check-certificate
รันคำสั่ง Docker Compose เพื่อเริ่มใช้งาน
sudo docker compose -f docker-compose.installer.yml up -d
วิธีใช้งานจริง
- ดาวน์โหลดไฟล์
docker-compose.installer.ymlมาไว้ในโฟลเดอร์ที่ต้องการติดตั้ง - รันคำสั่ง
sudo docker compose -f docker-compose.installer.yml up -dเพื่อเปิด installer - เปิดเว็บ installer ที่
http://{Server IP}:8080 - กำหนดค่า
IP_SUBNETให้เป็นช่วงเครือข่ายภายในของ Docker ที่แยกจากช่วงเครือข่ายจริงที่ใช้งานอยู่ภายนอกระบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกันของหมายเลข IP ทั้งนี้ หากไม่มีข้อกำหนดเฉพาะ สามารถใช้ค่าเริ่มต้นของระบบได้ โดยให้กำหนดTimezoneให้ตรงกับสภาพแวดล้อมของเครื่องปลายทาง - กด Deploy Services เพื่อให้ installer สร้างไฟล์
.env,docker-compose.ymlให้โดยอัตโนมัติ - รอจนระบบเริ่ม container ครบ แล้วตรวจสอบสถานะจากหน้า installer หรือใช้คำสั่ง
sudo docker compose ps
การกำหนดค่า Access Point
ระบบรองรับ Access Point ที่มีฟีเจอร์ BLE เพื่อรับข้อมูล RSSI, MAC Address, iBeacon และ Eddystone พร้อมเชื่อมต่อกับระบบ EazyTrax เพื่อแสดงตำแหน่งบนแผนที่แบบเรียลไทม์
router การใช้งานร่วมกับ Aruba
1.1 เปิดใช้งาน IoT Service (Global Configuration)
- Login เข้า Aruba Gateway ผ่าน Web UI
- ไปที่เมนู Configuration > Services > IoT
- ตรวจสอบว่าเปิดใช้งาน IoT Service (Enable IoT Transport)
1.2 การสร้างและตั้งค่า IoT Transport Profile
IoT Transport Profile ใช้สำหรับกำหนดปลายทางที่ Gateway จะส่งข้อมูล IoT
- ไปที่เมนู Configuration > Services > IoT > Iot Transport Profiles
- เลือก Add
แล้วกำหนดค่าดังนี้:
- Profile Name: iot-ble-transport
- Transport Type: WebSocket
- Server URL: ws://{IP Eazytrax server}:8012/ws/
- กด OK
- คลิกเลือก Transport Profile ที่สร้างขึ้น (iot-ble-transport) แล้วกด Edit
-
เลื่อนลงมาที่ส่วน Authentication / Access Token
- กรอกค่า Access Token : 1234
-
ไปที่หัวข้อ Transport Services
- เลือก BLE Telemetry
- เลือกประเภทอุปกรณ์ BLE ที่ต้องการรับข้อมูล เช่น Aruba Beacons, iBeacon, Minew
-
ไปที่หัวข้อ Advanced Settings
- เปิดใช้งาน Report devices that have had activity in the last แล้วตั้งค่าเวลา เช่น 5 minutes
- ที่หัวข้อ RSSI Reporting Format เลือกค่า Smooth
- เมื่อกำหนดค่าทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว กด OK
- กด Save เพื่อบันทึกการตั้งค่า
router การใช้งานร่วมกับ Minew
ส่วนที่ 1: ขั้นตอนการเชื่อมต่อเข้าหน้า Config อุปกรณ์ (เลือก 1 จาก 3 วิธี)
ก่อนเริ่มใช้งาน กรุณาตรวจสอบรหัสผ่านเริ่มต้น (Default Password) ของ Minew ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามเวอร์ชันของเฟิร์มแวร์ โดยจะมี 4 รูปแบบหลักที่นิยมใช้ ให้ลองไล่ใส่ตามลำดับดังนี้:
minew123- ปล่อยว่างไว้ (ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน)
314159admin
- เปิดคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน แล้วค้นหาสัญญาณ Wi-Fi รอบตัว
- เชื่อมต่อไปยัง Wi-Fi ของ Gateway ที่ชื่อขึ้นต้นด้วย GW- หรือ Minew_ (เป็นเครือข่ายแบบ Open ไม่ต้องใส่รหัสผ่านตอนเกาะ Wi-Fi)
- เปิด Web Browser (แนะนำให้ใช้ Google Chrome) แล้วพิมพ์ URL ในช่องที่อยู่:
192.168.99.1 - เมื่อหน้าจอ Login ปรากฏขึ้น ให้ใส่ Username:
adminและลองใช้รหัสผ่านตาม 4 รูปแบบด้านบน เพื่อเข้าสู่ระบบ
- เสียบสาย LAN จากตัว Minew เข้ากับ Router หรือ Switch ที่อยู่ในวงเน็ตเวิร์กเดียวกับคอมพิวเตอร์ของคุณ
- ใช้โปรแกรมสำหรับสแกนหาไอพีในวงแลน (เช่น Advanced IP Scanner) หรือเข้าไปเช็กที่หน้าต่างจัดการ Router ของคุณ เพื่อหา IP Address ที่ Gateway ได้รับแจกมาจาก DHCP
- นำ IP Address ที่เจอมาพิมพ์ลงบน Web Browser (เช่น
192.168.1.XX) - เมื่อหน้าจอ Login ปรากฏขึ้น ให้ใส่ Username:
adminและลองใช้รหัสผ่านตาม 4 รูปแบบด้านบน เพื่อเข้าสู่ระบบ
- ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน MinewLink (รองรับทั้ง iOS บน App Store และ Android บน Play Store)
- เปิด Bluetooth ที่สมาร์ทโฟนของคุณ จากนั้นเปิดแอป MinewLink ขึ้นมา
- ตัวแอปจะทำการสแกนหาอุปกรณ์รอบตัวอัตโนมัติ ให้มองหารายการอุปกรณ์ที่ระบุว่าเป็น G1 (สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้จาก MAC Address ใต้ตัวเครื่อง) แล้วกด Connect
- หากระบบถามรหัสผ่าน ให้ลองใช้รหัสผ่านตาม 4 รูปแบบด้านบน เมื่อผ่านแล้วแอปจะแสดงหน้าต่างเปิดเว็บจำลองสำหรับการตั้งค่าขึ้นมาทันที
ส่วนที่ 2: ขั้นตอนการ Config ระบบภายใน (เหมือนกันทุกช่องทาง)
เมื่อคุณสามารถเข้าสู่หน้าต่างการจัดการ (Web UI หน้าจอสีฟ้าของ Minew) ได้สำเร็จแล้ว ให้ดำเนินการตั้งค่าตามลำดับต่อไปนี้:
สเตปที่ 1: ตั้งค่ารูปแบบข้อมูลบลูทูธ (Data Format)
- คลิกที่เมนู Bluetooth บริเวณแถบเมนูด้านบน
- เลื่อนหน้าจอลงมาที่หัวข้อ Data Format
- เปลี่ยนตัวเลือกให้เป็น JSON-RAW (เพื่อให้ Gateway ทำการแปลงเฉพาะโครงสร้างข้อมูลเป็น JSON แต่ยังคงรักษา Packet ดิบภายในของ BLE เอาไว้)
สเตปที่ 2: ตั้งค่าการเชื่อมต่อ MQTT (MQTT Settings)
- คลิกสลับมาที่แท็บเมนู MQTT จากนั้นระบุรายละเอียดของเซิร์ฟเวอร์ดังนี้:
- Broker Type: เลือกเป็น
generic mqtt - URL:
- ช่องแรก (Protocol) ให้เลือกเป็น
tcp:// - ช่องถัดมา (Server Address) ให้กรอก IP Server ของคุณ
- ช่องสุดท้าย (Port) ให้กรอกค่า
1883
- ช่องแรก (Protocol) ให้เลือกเป็น
- Broker Type: เลือกเป็น
- เลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่างสุด หาหัวข้อ Status Publish Topic แล้วกรอกค่าข้อความลงไปตามนี้:
Minew/Gateways/{macaddress}/Telemetry
สเตปที่ 3: บันทึกและเริ่มทำงาน
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง จากนั้นเลื่อนลงมาด้านล่างสุดแล้วกดปุ่ม Apply
- (แนะนำเพิ่มเติม: ในเฟิร์มแวร์บางเวอร์ชันหลังจากกด Apply แล้ว อาจต้องกด Save และทำการ Reboot อุปกรณ์ 1 ครั้งเพื่อให้ค่าเริ่มทำงานสมบูรณ์)
router การใช้งานร่วมกับ TP-Link (Omada Controller)
ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่หน้าการตั้งค่า Bluetooth
- ที่หน้าเมนูหลักของ Omada Controller ให้คลิก Settings ทางด้านซ้าย
- ในหมวด Wired & Wireless Networks เลือกหัวข้อ Bluetooth
ขั้นตอนที่ 2: เพิ่มการตั้งค่า BLE Data Stream
- คลิกปุ่ม Create New Entry
-
กรอกข้อมูลในฟอร์ม Edit Entry:
- Name: ตั้งชื่อ (เช่น BLE)
- Server URL: http://[IP-EazyTrax-Server]:8013
- Server Type: HTTP
- Device Class: Minew, iBeacon, Eddystone
- Reporting Interval: 5 วินาที
- BLE Periodic Telemetry: Enabled
- Authentication: Use Token (กรอกค่า Access Token)
- RSSI Reporting Format: Average
- คลิก Apply เพื่อบันทึก
การตรวจสอบความพร้อมของระบบ
-
เข้าสู่ระบบ (Login)
ไปที่
http://[IP-Server]
User:admin/ Pass:admin -
ตรวจสอบ Gateway
ไปที่เมนู Telemetry > Realtime > Gateways
-
ดูสถานะ
ต้องเห็นรายชื่อ Gateway, รุ่น, MAC Address, IP Address และเวลา Seen ล่าสุดต้องเป็นปัจจุบัน
การเริ่มต้นใช้งานระบบ (Initialization)
- 1 การสร้าง User, Role, Permission
- 2 การเพิ่ม Facility (Building, Floor, Room)
- 3 การเพิ่ม BLE Tag
- 4 การเพิ่ม Asset + ผูกกับ BLE/QR Tag
Using Workflows
- สร้างและ Assign Work Order → Tech ทำงานผ่าน Mobile
- ตั้ง Preventive Maintenance Schedule
- Log Incident ผ่าน Mobile + Tracking Status
- Sensor Monitoring + Real-time Dashboard
- ทดลอง Report & Export